เข้าใจระดับของทีม เพื่อพัฒนาองค์กรให้ก้าวไกล
ในโลกของการทำงาน เรามักได้ยินคำว่า ทีม อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น
- ทีมผู้บริหาร
- ทีมโครงการ
- ทีมครู
- ทีมพัฒนาองค์กร
- ทีม HR
- ทีมงานในบริษัท
คำว่า ทีม กลายเป็นคำที่ถูกใช้แทบทุกองค์กร แต่คำถามสำคัญคือ
กลุ่มคนที่ทำงานร่วมกันทุกกลุ่มสามารถเรียกว่าทีมได้จริงหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่เสมอไป
.
ในหลายองค์กร สิ่งที่เรียกว่าทีมอาจเป็นเพียง กลุ่มคนที่ทำงานใกล้กัน
ในขณะที่บางองค์กรสามารถพัฒนาไปสู่ ทีมที่ทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง
ความแตกต่างของระดับทีม แม้จะดูเหมือนเป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่ในความเป็นจริง ส่งผลต่อประสิทธิภาพขององค์กรอย่างมหาศาล
.
บทความนี้จะชวนคุณสำรวจว่าทีมของคุณอยู่ระดับไหน ระหว่าง
-
Group
-
Team
-
Real Team
และแต่ละระดับมีความแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงเหตุผลสำคัญว่า
ทำไมองค์กรที่ประสบความสำเร็จจึงให้ความสำคัญกับ การพัฒนาทีมอย่างจริงจัง
.
ความหมายของทีมในโลกการทำงาน
ก่อนที่จะเข้าใจระดับของทีม เราควรเริ่มจากคำถามพื้นฐานก่อนว่า ทีม (Team) คืออะไร
โดยทั่วไป ทีมหมายถึง กลุ่มคนที่ทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วม
สมาชิกในทีมจะมี
- เป้าหมายร่วมกัน
- บทบาทที่เชื่อมโยงกัน
- ความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม ในโลกขององค์กร ไม่ใช่ทุกกลุ่มคนที่ทำงานร่วมกันจะมีลักษณะเช่นนี้
นักวิจัยด้านทีม เช่น Katzenbach & Smith ได้อธิบายว่าทีมมีหลายระดับ ตั้งแต่
- Working Group
- Pseudo Team
- Potential Team
- Real Team
- High Performing Team
ในบทความนี้ เราจะอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นผ่าน 3 ระดับหลัก
1️⃣ Group
2️⃣ Team
3️⃣ Real Team
.
Group คืออะไร
กลุ่มคนที่ทำงานใกล้กัน
ระดับแรกคือ Group
กลุ่มคนที่ทำงานในพื้นที่เดียวกัน หรืออยู่ในหน่วยงานเดียวกัน
ตัวอย่างเช่น
- ทำงานในฝ่ายเดียวกัน
- รายงานหัวหน้าคนเดียวกัน
- ทำงานที่เกี่ยวข้องกัน
แต่ในระดับนี้แต่ละคนยังรับผิดชอบเฉพาะงานของตนเอง
เป้าหมายยังคงเป็นเป้าหมายรายบุคคล
ลักษณะที่พบได้บ่อยใน Group ได้แก่
- ต่างคนต่างทำงาน
- ความสำเร็จวัดเป็นรายบุคคล
- การช่วยเหลือกันเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว
- การสื่อสารมีเฉพาะเรื่องงาน
- การประชุมเป็นการรายงานงาน
ตัวอย่างเช่น พนักงานในฝ่ายเดียวกัน อาจนั่งทำงานใกล้กัน แต่ไม่ได้ทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง
แต่ละคนมี KPI ของตัวเอง และประเมินผลงานแยกกัน
Group ไม่ใช่สิ่งที่ผิด ในความเป็นจริง
องค์กรส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากระดับนี้
แต่ข้อจำกัดสำคัญของ Group คือ พลังของกลุ่มมักไม่มากกว่าผลรวมของแต่ละคน
ผลลัพธ์จึงมักเป็นเพียง 1 + 1 = 2
.
Team คืออะไร
เมื่อกลุ่มคนเริ่มมีเป้าหมายร่วมกัน
เมื่อกลุ่มคนเริ่มมี
- เป้าหมายร่วมกัน
- ภารกิจร่วมกัน
- การวางแผนร่วมกัน
พวกเขาจะเริ่มกลายเป็น Team
ในระดับนี้ ทีมจะเริ่มมี
- การประชุมทีม
- การแบ่งบทบาทหน้าที่
- การประสานงานระหว่างสมาชิก
- การติดตามความคืบหน้าของงานร่วมกัน
ทีมเริ่มมี การทำงานร่วมกัน (Collaboration)
แต่ในหลายองค์กร Team ยังทำงานแบบ ขนานกัน
หมายความว่าสมาชิกแต่ละคนยังรับผิดชอบเฉพาะส่วนของตัวเอง เช่น
- ฝ่ายขายดูแลลูกค้า
- ฝ่ายการตลาดทำการตลาด
- ฝ่ายปฏิบัติการดูแลกระบวนการ
แม้ว่าจะมีการประสานงานกันแต่ยังไม่ได้
พึ่งพากันอย่างแท้จริง
ดังนั้นแม้จะเรียกว่า ทีม แต่พลังของทีมยังไม่ถูกใช้เต็มที่
.
Real Team คืออะไร
ทีมที่ทำงานเป็นหนึ่งเดียว
ระดับที่ลึกขึ้นคือ Real Team
Real Team คือทีมที่สมาชิกมี
ความรับผิดชอบร่วมกันอย่างแท้จริง
คิด แก้ปัญหา และรับผิดชอบผลลัพธ์ร่วมกัน
ลักษณะสำคัญของ Real Team ได้แก่
1. มีเป้าหมายร่วมที่ชัดเจน
ทุกคนเข้าใจว่าทีมกำลังพยายามสร้างอะไรและเป้าหมายของทีมคืออะไร
2. สมาชิกทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของเป้าหมาย
สมาชิกไม่ได้ทำงานเพราะหน้าที่แต่ทำงานเพราะรู้สึกว่าเป้าหมายนี้เป็นของเรา
3. บทบาทของแต่ละคนเชื่อมโยงกัน
งานของแต่ละคนมีผลต่อความสำเร็จของทั้งทีม
4. มี Mutual Accountability
หรือ การรับผิดชอบร่วมกัน
ความสำเร็จของทีม ไม่ใช่ของใครคนหนึ่ง แต่เป็นของ ทั้งทีม
ใน Real Team ทีมมักมีลักษณะดังนี้
- สมาชิกกล้าพูดความคิดเห็น
- มีการแลกเปลี่ยนมุมมองที่แตกต่าง
- ความขัดแย้งถูกใช้เพื่อพัฒนาแนวคิด
- ทีมช่วยกันแก้ปัญหา
- มีการเรียนรู้ร่วมกัน
พลังของทีมจึงเพิ่มขึ้น จาก 1 + 1 = 2
กลายเป็น 1 + 1 > 2
สิ่งนี้เรียกว่า Team Synergy
.
ความแตกต่างระหว่าง Group, Team และ Real Team
| ระดับ | ลักษณะ |
|---|---|
| Group | ต่างคนต่างทำงาน เป้าหมายรายบุคคล |
| Team | มีเป้าหมายร่วม เริ่มประสานงาน |
| Real Team | รับผิดชอบร่วมกัน คิดและแก้ปัญหาร่วมกัน |
องค์กรจำนวนมาก ยังอยู่ในระดับ Group หรือ Team
แต่ยังไม่ได้พัฒนาไปสู่ Real Team
.
ทำไมการพัฒนาทีมจึงสำคัญต่อองค์กร
หลายองค์กรพยายาม พัฒนาคนให้เก่งขึ้น
ผ่านการฝึกอบรม แต่ลืมพัฒนา ระบบของทีม
ในความเป็นจริงองค์กรที่แข็งแรงไ ม่ได้เกิดจากคนเก่งหลายคน
แต่เกิดจาก ทีมที่ทำงานร่วมกันได้จริง
งานวิจัยด้านทีมจำนวนมากพบว่าทีมที่มี
- Psychological Safety
- การสื่อสารที่เปิดกว้าง
- ความไว้วางใจ
- เป้าหมายร่วมกัน
จะมี
- ประสิทธิภาพสูงกว่า
- นวัตกรรมมากกว่า
- การแก้ปัญหาที่ดีขึ้น
ทีมที่แข็งแรงจึงเป็น หัวใจขององค์กรที่ประสบความสำเร็จ
.
ปัญหาที่พบในทีมขององค์กร
หลายองค์กรพบปัญหา เช่น
- ทีมประชุมเยอะ แต่ไม่ตัดสินใจ
- สมาชิกเงียบ ไม่กล้าพูด
- ความขัดแย้งสะสม
- ต่างฝ่ายต่างโทษกัน
- ทำงานซ้ำซ้อน
ปัญหาเหล่านี้มักไม่ได้เกิดจากคนไม่เก่ง แต่เกิดจาก
ทีมยังไม่ได้พัฒนาไปสู่ Real Team
.
การพัฒนาทีมด้วย Team Coaching
หนึ่งในแนวทางที่องค์กรทั่วโลกใช้เพื่อพัฒนาทีมคือ
Team Coaching
กระบวนการที่โค้ชทำงานร่วมกับทีมเพื่อช่วยให้ทีม
- สะท้อนการทำงานของตนเอง
- เรียนรู้ร่วมกัน
- พัฒนาวิธีการทำงานร่วมกัน
เพื่อให้ทีมสามารถบรรลุ
เป้าหมายร่วมของทีมและองค์กร
Team Coaching ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
แต่เป็นกระบวนการที่ช่วยให้ทีม เรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
.
ทีมของคุณอยู่ระดับไหน
ลองถามทีมของคุณว่า ทีมของเรายังเป็น
Group
ที่ต่างคนต่างทำงานอยู่หรือไม่ หรือเป็น
Team
ที่เริ่มประสานงานกันมากขึ้น หรือเราได้พัฒนาไปสู่
Real Team
ที่ทุกคนรับผิดชอบร่วมกันแล้ว
คำถามนี้สำคัญมาก เพราะการพัฒนาองค์กร ไม่ใช่แค่พัฒนาคน แต่คือการพัฒนา พลังของทีม
.
Courage to Coach
เชื่อว่า
การฟัง การสนทนา และการเรียนรู้ร่วมกัน
คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาทีม
เมื่อคนในทีม
- ฟังกันได้
- เข้าใจกันมากขึ้น
- กล้าพูดคุยกันอย่างเปิดใจ
ทีมจะสามารถสร้าง
- ความไว้วางใจ
- ความร่วมมือ
- พลังร่วมของทีม
ซึ่งนำไปสู่
ทีมที่แข็งแรง และองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน
.
แนวทางการทำงานของ Courage to Coach
.
Leader as Team Coach
.
Team Coaching Service Program
.
8R Team Coaching for Leaders ผู้นำสร้าง High-Performing Team ด้วยการโค้ชทีม
.
Team Learning โค้ชทีมให้เป็นทีมเรียนรู้
.
.
สนใจ Team Coaching สำหรับองค์กรของคุณ
หากองค์กรของคุณต้องการพัฒนา
- Leadership Team
- High Performance Team
- Team Effectiveness
สามารถติดต่อ
Courage to Coach
==============
.
©Copyright by Courage to Coach. All rights reserved.
Article #111
